ผ่านภิภพลีลา's profileSeptember Of GooMANPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    01 January

    "2009"

    กลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อที่จะมาบอกว่า "สวัสดีปี 2552 คับ"

    21 January

    "ไม่รู้จักพอ"

    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ 
    ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จัก
    พอ
    02 October

    "อะไหล่"

    อาจจะอยู่ที่ใครสักคน

     

     

     

     

     

     

     

    บนโลกใบนี้

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    .................นักการเมืองระดับประเทศ

    .................นายทุนค้ายาเสพติดข้ามชาติ

    .................เศรษฐีอันดับต้น ๆของเมืองไทย

    .................แม่ค้าในตลาด

    ................แม่ลูกอ่อน

     

     

     

     

    หรือ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ...................คนเก็บขยะ

     

    ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไร    ความคิดทั้งหมดถูกตัดสินภายในเวลาไม่กี่นาที

    อาจจะน้อยกว่าอึดใจเสียด้วยซ้ำ

     

     

     

    ความสุขที่ดีมากที่สุด คงไม่หนีไปไหนนอกจากการรู้จักการเป็นผู้ให้และเสียสละ

     

     

     

     

    อะไหล่ในตัวผม

    อาจจะอยู่ที่ใครสักคน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    บนโลกใบนี้

                   

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

                                                                           ..........เพื่อชีวิตที่ควรมีชีวิต

     

     

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    13 July

    "เจอ"

    Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

     

     

    มันเป็นกระดาษพับครึ่งที่ถูก ซ้อนทับด้วยเอกสารต่าง ๆ ที่เก็บไว้อย่างดีจนมองแทบไม่เห็น ถ้าไม่สังเกต ผมดึงมันออกเพื่อดูว่ามันคืออะไร ผมอ่านอีกครั้งและเริ่มยิ้ม และในที่สุดผมอ่านมันด้วยรอยยิ้มเล้ก ๆ มุมปาก และอดขำไม่ได้  ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา  ผมอ่านมัน..............ครั้งแรก ......

     

     

     

     

     

    ด้วยน้ำตา.....

     

     

     

     

    ลายมือผู้หญิงวัย 19 ปีคนนึงที่ถูกเขียนด้วยดินสอ มันอ่านได้อย่างยังชัดเจน ไม่ได้เลือนหายไปแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าสภาพของมันในตอนนี้อาจจะมีสีเหลืองอ่อน และปวกเปียกด้วยกาลเวลา

     

    To…Man

     

    ก็ผิดที่ตัวฉันเอง ที่ไม่รู้ว่าเธอผูกผัน ไม่รู้ว่าทำให้เธอหวั่นไหว

    ไม่เคยจะมองสายตา จึงไม่รู้ว่าเธอเปลี่ยนไป และคิดอะไรที่ต่างกับฉัน

    ที่ปล่อยให้มันสายไป ก็เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนกัน ไม่รู้ว่าฉันได้ทำร้ายเธอ

    ...อย่าโกรธได้ไหม ไม่รู้จริงๆ สิ่งที่ฉันทำไป

    มันเหมือนสร้างเยื่อใยให้เธอคุ้นเคย ....

    ... อย่าโกรธได้ไหม ขอโทษจริงๆ เราไม่ควรมีวันนี้เลย

    ฉันเสียใจ ที่ฉันทำเธอเจ็บปวด

    ก็อยากมีใจให้เธอ แต่มันฝืนใจจริงที่เป็น อยากขอให้เธอเข้าใจตัวฉัน

    และอยากให้เธอเหมือนเดิม อย่าได้คิดเกินเลยกว่านั้น ให้ฉันเป็นเพื่อนคนนึงของเธอ

    ช่วยคิดว่าฉัน นั้นเป็นเพื่อนเธอ

     

     

    แมน.. สิ่งที่แมนทำอยู่ แหวนพอจะรู้ว่าตอนนี้แมนคิดยังไงกับแหวนนะ ว่าแมนไม่ได้คิด

    กับแหวนแค่เพื่อนแล้ว แหวนขอบคุณแมนมากนะ ที่แมนรู้สึกดีๆกับแหวน แหวนไม่ได้รังเกียจแมน

    ในความรู้สึกที่แมนมีให้ เพียงแต่แหวนไม่ได้คิดอย่างที่แมนคิดกับแหวนเท่านั้นเอง เมื่อใจเรา 2 คน

    ไม่ได้ตรงกันแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไร แม้ว่าแมนจะพยายามทำแค่ไหน แหวนก็ยังคิดกับแมนเป็นเพื่อน

    เหมือนเดิม และเราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป . . . (ได้มั้ย)

                ที่ผ่านมาแหวนขอบคุณแมนมากนะ สำหรับ SMS ที่แมนส่งให้แหวนทุกวันจนแหวนคิดว่า

    มันมากไปรึเปล่า(เปลืองตังอะ)  สำหรับที่แมนไปตะโกนเรียกแหวนหน้าบ้านสัก 2 ครั้ง สำหรับช่อดอกไม้

    สีเหลือง+ดอกกุหลาบสีแดง เมื่อวันก่อน  ขอบคุณจากใจนะ

                แมนจะรังเกียจมั้ย ถ้าแหวนขอให้แมนเป็นเพื่อนแหวนต่อไป  เพราะอย่างน้อยปีนี้เราก็จะต้อง

    ทำงาน Smo ด้วยกันอีกเยอะ (ทั้งปีเลย) แหวนกลัวว่าถ้าแมนอ่านจดหมายฉบับนี้จบ แมนจะไม่คุยกับแหวนอีก

    และเราก็จะอึดอัดเวลาเราทำงานด้วยกัน  แหวนจะขอบคุณแมนมาก ถ้าแมนจะยังรักษามิตรภาพระหว่างเรา

    ไว้ต่อไป แต่ถ้าแมนโกรธแหวนและคิดว่าเราคงคุยกันไม่ได้อีกแล้ว แหวนจะเสียใจกับการสูญเสียมิตรภาพ

    ในครั้งนี้

                ถ้าคำตอบของแหวนไม่ตรงกับใจของแมน ขอให้แนอย่าซึมเศร้านะ แหวนอยากเห็นแมนร่าเริง

    สนุกสนาน เหมือนแมนคนที่แหวนรู้สึก . . ใกล้สอบแล้วตั้งใจอ่านหนังสือนะ  อย่าคิดเรื่องแหวนมาก

    เดี๋ยวเกรดจะตก . . ถ้าแมนอยากเคลียร์กับแหวน  แหวนพร้อมเสมอนะ

                                                                                                                Friendship

                                                                                                                     แหวน ¤

     

     

    18 March

    สงบเงียบ นิ่งเฉย ไม่ไหวติง

    สงบเงียบ นิ่งเฉย ไม่ไหวติง

     

     

     

    โทรศัพท์มือถือ  คอมพิวเตอร์โน๊คบุ๊ค  PDA  I-POD บลา บลา บลา ........ ที่ถูกสร้าง คิดค้น ประดิษฐ์  พัฒนาขึ้นมาเพื่อ…………………..

     

     

     

     

     

     

     

    ประโลมโลก

     

     

    พุทธศักราช 2550 ความสงบในโลกถูกทำลายไปแทบสิ้น แล้วอีก 300 ปีข้างหน้าล่ะ ...จะเป็นเช่นไร             ……………………….คงเหลือแต่สังคมในอุดมคติ ที่ไม่มีใครกล้าเปิดเผย ถูกหมกเม็ดอยู่ในสมอง ที่มีรอยหยักบ้างไม่มีรอยหยักบ้าง บางทีอาจถูกเติมเต็มด้วย

     

     

     

     

    ขี้เลื่อย

     

     

    ................................................................................................................................ความคิด

     

    พุทธศักราช 2550 สิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดใน Animal Kingdom ที่ถูกเรียกอย่างสวยหรูว่า มนุษย์ ทิ้งปาขวดแก้ว และเศษโฟมลงข้างทาง

     

    พุทธศักราช 2850 ขวดแก้วและเศษโฟม เหล่านั้นยังหลงเหลือเป็นวัตถุนุสรณ์  แต่ความดีของผู้คนปี 2550  ในปี 2850 แทบไม่มีหลงเหลือ ถูกทำลายไปหมดสิ้นโดยไม่ต้องใช้ไฟเผา

     

     

    ความเสื่อมทรามทางสังคมสั่งสมและก่อกำเนิดขึ้นเรื่อย ๆ   ตั้งแต่วัตถุเหล่านี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา  จุดเริ่มต้นของความบ้าคลั่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหล่านี้   อยู่ในสถาบันที่ผู้คนมากมายต่างภาคภูมิใจ โรงเรียนและมหาวิทยาลัย 

    แฟชั่นหรูหรา SEX  ความบ้าคลั่งวัตถุ บุคคลและวัฒนธรรมนอกชาติ ถูกเริ่มต้นและสั่งสมมาจากสถาบันเหล่านี้ ที่จริงแล้วไม่ใช่ตัวสถาบันหรอกแต่เป็น

     

     

    คนในสถาบันต่างหาก

     

    วัยรุ่น วัยเรียน เป็นเครื่องมือและแหล่งเงินชั้นยอดสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้ วัยรุ่น วัยเรียน ที่ยังต้องแบมือขอเงินจากผู้ปกครอง

     

     

     

     

    ..................................................................หรือใครจะปฏิเสธ..............................................................

     

     

    ความภาคภูมิใจของคนอยู่ที่ไหน   ชื่อสถาบัน     หรือ    ความคิดของคนในสถาบัน

     

    ฟังเพลงนี้แล้วได้อะไร.......ไม่ต้องตอบผม ตอบตัวคุณเอง

     

    หาเวลาสักนิด  นั่งคิด  อย่างสงบเงียบ   นิ่งเฉย  ไม่ไหวติง

    มีอย่างเพียงพอ  อยู่อย่างพอเพียง

    September of Geographer

    Special Thank

    http://nightnahn.spaces.live.com/Blog/cns!F022A8E4F06A4DDA!1519.entry?owner=1

     

    02 March

    เรื่องนี้ไม่มีชื่อ

    กล่องคราคร่ำปิดตายมาแรมปี  ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับบรรยากาศเดิม ๆ ที่เริ่มหวนกลับมา ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยสัมผัสกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมๆ เหมือนที่มันเคยเป็นมาเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน กรุ่นกลิ่นลาเวนเดอร์คละคลุ้งไปทั่วห้องมันยังคงทำหน้าที่เครื่องหอมประจำห้องได้อย่างดีไม่เคยเปลี่ยน   ชีวิตผมผสมปนเประหว่างรุ่งสางของวันใหม่ ๆ และบรรยากาศเหงา ๆ ในวันเก่า ๆ  ตอนนี้ชีวิตและหัวใจของผมได้ฝากฝังไว้กับแม่น้ำเจ้าพระยาแทบทุก เช้า-เย็น ผมเริ่มผูกพันกับเจ้าพระยามากขึ้น วันนี้เจ้าพระยายังคงไหลเรื่อยเอื่อยไปตามหน้าที่ที่มันควรจะเป็น  แต่คราใดที่เจ้าพระยาพิโรธไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม เมื่อนั้นชีวิตและความคิดโง่ ๆ ของผมอาจจะจมลงอยู่ในเจ้าพระยาตลอดไป    

                                                                                                               

     

     

     

     

     

     

     

    จบ

    ขี้เกียจเขียน คิดไม่ออก ไม่มีอารมณ์

    22 January

    "ฤาใจจะยังไง"

    ความรู้สึกตอนนี้คงมิต่างอะไรไปกับกระแสคลื่นใต้น้ำนิ่งมากนัก   ภายนอกดูสดใสเยือกเย็น  แน่นิ่งมิพริ้วไหว แต่ความรู้สึกข้างในที่แท้จริงนั้นกลับพลุ่งพร่าน  สับสน กระวนกระวาย รุนแรงดังคลื่นใต้น้ำที่ไม่มีใครมองเห็น  หากคุณไม่คิดจะทิ้งชีวิตดำดิ่งลงไปเพื่อสัมผัสมัน

     

    จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้...หยั่งถึง    แม้กระทั่งเจ้าตัวเอง

     

    จากคนรู้จัก คนธรรมดา ๆ คนนึง วันเวลาแปรเปลี่ยน  ให้คิดถึงได้มากเหลือเกิน   คงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะบอกว่าผมชอบเธอ ...... ผมเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความเงียบในความมืด เป็นความเงียบในแสงอาทิตย์ และแสงจันทร์ คงจะเกิดประโยชน์กว่าหากพลั้งปากออกไป   กระบวนการความลับ เริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์ความทรงจำของผม   นึก ๆ ไปแล้วก็เทียบเท่าได้กับกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางธรณีมิใช่น้อย เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีก เป็นวงจรเรื่อยไป ตราบใดที่โลกยังโคจรด้วยคาบการโคจร 1.0000191 ปีจูเลียน  

     

    กรกฎา 2547 มีนา 2548 กำลังตามมาหลอกผมอีกครั้ง

     

    หลายร้อยรูปของเธอผ่านตาผมไป  ผมยิ้มนึกถึงสิ่งที่เคยร่วมกิจกรรมกัน ที่ที่เราเคยไปด้วยกัน ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงคนรู้จักคนนึงเท่านั้น  ไม่มีสิ่งใดเกินเลยไปมากกว่าคนรู้จัก หรือคน ๆ นึง แต่วันนี้ สำหรับผมแล้วเธอไม่ใช่คนรู้จักคนนึงอีกต่อไป เธอคือคนพิเศษในความรู้สึกผม แต่ผมบอกเธอไม่ได้ เพราะผมเองก็รู้ว่าเธอไม่ได้ให้ความสำคัญผมในระดับคนพิเศษ.........................ผมต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกนานเท่าไหร่

     

    06 January

    "อนันต์"

    ผมพยายามที่จะขีดเขียนเรื่องราวจากสมองอันแสนรกรุงรังของผมอีกครั้งหนึ่ง แต่ทว่าตอนนี้มันกลวงไปเสียหมด ความสับสน  ความว่างเปล่า และการสูญเสียความทรงจำ และความคิด มันยุ่งวุ่นวายอยู่ภายในสมองของผมเต็มไปเสียหมด หรือว่า ............................. ผมกำลังหมดอายุ

     

    ผมเริ่มจำอะไรไม่ได้  คิดอะไรไม่ค่อยออก ความคิดไม่โลดแล่นเหมือนอย่างที่เคยเป็น ........ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

     

    รอยต่อแห่งปี 2006  และ 2007  ผ่านไปด้วยดี ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มันก็ผ่านของมันไปเรื่อย ๆ อยู่ทุกวัน แต่เราต่างหากที่ไปกำหนด สั่งการ ให้มันเป็น 31 ธันวาคม 2006 และ 1 มกราคม 2007

     

    รอยต่อแห่งรอยยิ้ม การเฉลิมฉลอง เสียงหัวเราะ ความรัก  และน้ำตาแห่งการสูญเสีย ต่างเกิดขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสยามประเทศ ................................... แต่มันก็เกิดขึ้น และผ่านไป

     

    ใน 1 ปีที่ผ่านมาจากหลาย ๆปีที่ผ่านมา เกิดอะไรในชีวิตคุณบ้าง.........ทบทวนหรือยัง   และอีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อยในวันข้างหน้า   คุณวาดหวัง หรือวางแผนอะไรไว้บ้าง ......................................เตรียมตัวล่วงหน้าแล้วหรือยัง หรือจะรอให้ ..................  หมดอายุ

     

    สักพัก

     

    สักพัก .......ฟังดูเหมือนอีกไม่นานก็ถึงปลายทาง แต่สำหรับใครบางคนมันคือระยะเวลาอนันต์ คำตอบมันถูกฝังจารึกไว้ในคำว่า สักพัก แต่กระนั้นก็ยังหลอกตัวเองว่า อีกไม่นานหรอกน่า ปลายทางก็จะมาถึง ไม่เกินวันนี้ พรุ่งนี้หรอก ไม่เกินสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าหรอก ไม่เกินเดือนนี้เดือนหน้าหรอก ไม่เกินปีนี้ปีหน้าหรอก ............. ทั้งที่จริงแล้วมันจะไม่มีวันมาถึง

     

    กรุงเทพ - เชียงใหม่ ห่างไกลกัน 700 กิโลเมตร

    ประเทศไทย ออสเตเลีย ห่างกัน 5 ชั่วโมง

    พารากอน เซ็นทรัลชิดลม ห่างกัน 1 สถานีบีทีเอส

    ดวงอาทิตย์ ดาวอังคาร ห่างกัน  227,940,000 กิโลเมตร

    ใจเรา ใจเค้า ห่างกันด้วยระยะทาง  "อนันต์"

     

     

    By Geographer of September

    14 December

    "24 วันกับปมหลายปม คนมัดนับไม่ถ้วน"

    Photobucket - Video and Image Hosting

    ก่อนที่คุณจะเริ่มอ่านบล็อกนี้ผมคงขอร้องให้คุณช่วยเปิดลำโพงของคุณ อีกครั้งเหมือนที่คุณเคยถูกขอจากใครบางคนให้เปิดมัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

     

     

    ผมกำลังอยู่กลางสายลมที่แปรปรวน ไร้ที่พึ่ง...............ผมปลิว  กลางอากาศที่ไร้ทิศทาง

     

     

     

    คอมพิวเตอร์ต๊อก ๆ แต๊ก ๆ ที่ถูกเคาะในแต่ละวันมันสร้างอะไรขึ้นมาได้บ้าง ... คำตอบคือหลายอย่าง.....แต่สำหรับผมแล้วมันสร้างความรู้สึก.......ความรู้สึกอันเป็นนามธรรมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสมองกล

     

    และสมองกลมันก็ทำลายนามธรรมที่เรียกว่าความรู้สึกนั้นลงไปเช่นกัน

     

    ความรักทำได้ทุกอย่าง มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด ความโลภเข้าครอบงำจิตใจ ไม่ต่างอะไรจากสงคราม ที่ต่างฝ่ายต่างใช้ทุกวีถีทางเพื่อเอาชนะ

     

    ปมแห่งนามธรรม แผนการแห่งความรู้สึกถูกผูกมัดขึ้นมาอย่างสับสนวุ่นวาย ต่างคนต่างวางแผนช่วงชิง  ปมบางปมมันแน่นและซับซ้อนเกินกว่าจะแกะออกได้ นอกไปเสียจากการตัด.....

     

     

     

     

     

     

    ตัด

     

     

     

    ตัดให้ขาด

     

     

     

    นั่นคือหนทางเดียว...........................หรือเราบังคับให้มันเป็นเพียงหนทางเดียว

     

     

    มิตรภาพบริสุทธิ์สีขาว   ความรัก ความหวังดี มิตรภาพ ของพี่น้อง ต่างสายเลือด ต่างพ่อ ต่างแม่ ต่างพื้นเพ ที่เกิดขึ้นมาผ่านสมองกลกลับต้องมาแพ้ภัยสมองกล ผนวกกับความอยากได้..........ของมนุษย์

     

     

     

    มนุษย์

     

     

     

    สัตว์ที่เปี่ยมไปด้วยนิสัยลึก ๆ  ........  ไม่ใช่สิ ผมเรียกผิด   สัตว์ที่เปี่ยมไปด้วยสันดาน สันดานโลภ อยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น ไม่เว้นแม้กระทั่ง...........................ตัวผมเอง

     

    ความสับสน การหลอกลวง  ความโลภ ความเข้าใจผิด ...................................และการเอาตัวรอด

     

    ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นเพราะเหตุอันใด

     

    ผมล้าสิ้นแรง...................อยากจะพักดวงตาลงชั่วกัลป์

     

    มิตรภาพสีชมพูอันใหม่ กลับกลายเป็นสีชมพูเน่า เรื่อ ๆ  และคงจะจางหายกลายเป็นสีอื่น ๆ ไป เมื่อโลกหมุนให้กาลเวลาผ่านพ้นไป

    มิตรภาพอันเก่าสีขาวบริสุทธิ์ ถูกแผดเผาไปด้วยไฟราคะ..........เผาไหม้  จนลืมไปเสียว่ามันเคยเป็นสีขาว

     

    อยากที่จะหลับฝันไม่ยอมตื่นขึ้นมา......................คงจะมีเพียงลมหายใจรวยริน 

     

     

    ผมพยายามที่จะแก้ปม โดยไม่ใช้วิธีการตัด

    ผมพยายามรักษามิตรภาพสีขาวให้ขาวดังเดิม...............

    ผมพยายามที่จะครอบครองมิตรภาพสีชมพู ...........................และเช่นเดียวกับมิตรภาพสีขาวที่ต้องการครอบครองมิตรภาพสีชมพู ด้วยเช่นกัน ........................................................ด้วยเช่นกัน

     

     

     

    เช่นเดียวกับผม

     

     

     

    ผมเปิดโอกาสให้เพื่อพิสูจน์ทั้ง สองฝ่ายและผลการพิสูจน์นั้น .......................ไม่สามารถหาข้อสรุปได้จากสองฝ่าย

     

     

    การพิสูจน์ล้มเหลว

    แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมา คือ การจางหาย  การจางหายของสีขาวและสีชมพู

     

     

    ผมผิดเองทั้งหมด

    ความผิดผมเอง

    ผมพลาด

     

    ความรู้สึกของคนไม่ใช่ของเล่น ที่จะนำมาทดลอง ....... ผมขอโทษคนสองคน

     

     

     

    ขอโทษ

     

    ขอโทษ

     

    ขอโทษ

     

    ขอโทษ

     

     

     

    ผมอยากได้สีขาวของผม และสีชมพูของผม กลับมา เหมือนดังเดิม

    ผมเป็นมนุษย์...........................ผมโลภ

    ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไม................เพราะอะไร..................สีขาวในใจของผมถึงกล้าทำเช่นนั้นจริง ๆ  

    หรือสีขาวที่ผมเห็นตลอดเวลามันเป็นเพียงฉากบังหน้าที่ซ่อนไว้ด้วยสีดำ...............แต่ผมยังเชื่อว่ามันคือ

     

     

     

    สีขาว สีที่ผมให้ความมั่นใจว่าเป็นสีที่บริสุทธิ์

     

     

     

     

    ผมยังเฝ้ารอปาฏิหารย์การกลับมาของ

     

     

     

     

    สีชมพู สีของสิ่งเล็ก ๆ ในโลกกว้างที่บังเอิญมาพานพบ

     

     

     

     

    หรือ

     

     

     

     

    ผมควรจะ..............................ยอมรับความแพ้พ่าย........................................................พักกายชั่วกัลป์

     

     

     

     

    Special Thank –  พระอาทิตย์ยามราตรี

    06 December

    "On Sale"

     
     
     
     
     
     
        ON SALE
       
      
    23 November

    "รอยยิ้มของผม"

    ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองยังคงราบรื่นไปด้วยดี  แต่ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปใจคนนั้นย่อมเปลี่ยนแปลง ผมกับไอ้เบ้ยสนิทกันมากยิ่งขึ้น  จากที่ผมไม่เคยคิดถึงมัน กลับกลายเป็นว่าผมเริ่มคิดถึงมัน มากขึ้น มากขึ้น และเหมือนจะมากขึ้นทุก ๆวัน  ผมเริ่มโทรหามัน และพยายามอยากที่จะรู้เรื่องราวของมันให้มากยิ่งขึ้น   ซึ่งก่อนหน้านั้นมันจะโทรหาใครหรือใครจะโทรหามัน ผมไม่เคยสนใจแต่อย่างใด แต่มาวันนี้ผมเริ่มซักไซร้ไล่เรียงมันมากยิ่งขึ้น  ถึงกระนั้นมันก็เต็มใจพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม  ไม่เคยปกปิดแต่อย่างใด  ผมอยากเจอมันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น  ผมยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรในความคิดของผม   ผมไม่รู้ว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไรต่อไว้ถ้าผมกับมันยังคงปล่อยอะไร ๆ ให้มันไหลไปตามกาลเวลา และสายน้ำ

    ผมอยากจะหยุดทุกเศษเสี้ยวเวลาและทุกเข็มนาฬิกาไม่ให้มันหมุน   หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้เพียงเท่านี้   แต่มันคงเป็นไปไม่ได้   ที่ผมทำได้ดีที่สุดก็เพียงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ใหม่ห้องใหม่   เปลี่ยนเบอร์โทรศัทพ์ทั้งหมด   ทิ้งไว้เพียงแต่อดีตที่เคยมีความสุข เสียงหัวเราะ คำด่าทอ ไว้ที่ห้องเดิม ๆ แห่งนี้  

    และก่อนที่อะไรมันจะเกินเลยไปมากกว่านี้   

    ผมไม่ได้ชอบมัน  ผมไม่ได้รักมัน

    กูยังไม่ตาย   แค่กูเดินออกไปจากชีวิตมึง 

    ดูแลตัวเองดี ๆนะไอ้เบ้ย

    ต่างคนต่างมีทางต้องเดิน  และทางของผมกับทางของไอ้เบ้ย มันคนละทางกัน

    กูขอให้มึงโชคดี  

    ลาก่อน

     

     

     

     

     

    ไอ้เบ้ย

    รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผม

    12 November

    "ผมกับมันหวานกันมากมาย"

    ขึ้น ๆ ลง ๆ ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา  A B A B  Select  Start

    ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน เพลงนี้คงเข้ากับผมได้ดีที่สุด ณ เวลานี้ เพราะเราไม่รู้จริง ๆว่าเราคบกันแบบไหน  ไม่มีคำหวานออกจากปากของเราทั้งสองคน  ไอ้เฮี้ย  ไอ้สัตว์  ไอ้ห่า แก กู มึง  หวานที่สุดก็น่าจะเป็นเพียงชื่อของเรา เท่านั้นที่เรียกกัน  เมริซ์ก  เบ้ย  เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน  เจอหน้ากันอย่างมากก็สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในวันหยุดสุดสัปดาห์   ระหว่างสัปดาห์เราก็ไม่ได้โทรหากันเพื่อหยอดคำหวานหรือไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบแต่อย่างใด  นอกเสียจากว่าใครคนใดคนหนึ่งจะมีธุระเท่านั้นจึงจะโทรหากัน  เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว ทุกครั้งที่ผมขอให้มันมาหา และมันก็จะมาหาในทุกครั้งถึงไม่ว่าจะดึก หรือแม้ว่ามันจะไม่สบายมันก็จะมาหากมีการร้องขอ    แม้จะมีการบ่นบ้าง  กูไม่ใช่วินมอร์ไซค์นะ เรียกปุ๊บไปปั๊บ รอแป็บดิ  นั่นไงล่ะคับ ยังไงมันก็ต้องมาหาผม

    โดยปกติแล้วผมไม่ใช่คนตามใจคน ผมมักจะขัดใจเสมอ ๆ ถ้าคนที่ผมคบต้องการอะไร  แต่สำหรับมันผมก็ขัดใจนะ  มันจะถูกผมขัดขวางทุกครั้งที่อยากกิน  อยากได้   แต่เรามักนึกเสียดายเสมอว่า ถ้าเลิกกันแล้วเรามักจะเสียใจที่ว่า ถ้าตอนที่คบกันอยู่ทำไมไม่ตามใจเค้าบ้าง  ทำไมไม่มอบสิ่งดี ๆ ไปทำกิจกรรมที่นั่นที่นี่ร่วมกัน ทานอาหารดี ๆ ร่วมกัน   ครั้งหนึ่งผมกับมันไปเดินที่ห้างด้วยกัน   มันอยากกินข้าวปั้น  แน่นอนว่าผมขัดใจ และมันก็อดกินไปโดยอำนาจทางอารมณ์ของผม  แต่ผมกลับมาคิดได้อย่างที่ว่าไว้  ตอนที่ยังอยู่ทำไมไม่ทำอะไรดี ๆ ร่วมกัน สัปดาห์ถัดมาผมเองแหละที่เป็นฝ่ายพามันไปที่ห้างเดิมอีกครั้ง   ที่จริงแล้วผมจะพาไปกินข้าวปั้นที่ร้านแหละ แต่มันปิดแล้ว เลยอดไป ซื้อกินละกันนะมึง  เราไปเดินห้างด้วยกันโดยที่มัน ไม่รู้หรอกว่าไปซื้ออะไร     ข้าวปั้น นั่นเป็นสิ่งที่ผมพามันไปหยิบเป็นของชิ้นแรก มัน มองหน้าผมแล้วบอกผมว่า ไม่เอาหรอก แพง กินอย่างอื่นกันดีกว่า มันยังจำคำที่ผมพูดไว้ได้ ข้าวปั้นมันแพง แต่ตอนนี้คำว่าแพงคงไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้ผมพามันผละออกจากมันไป ผมหยิบข้าวปั้น งั้นมึงกินกับกูนะ กินด้วยกัน มันพูดเมื่อเห็นผมกำลังหยิบข้าวปั้น อาหารที่มันอยากจะกินนักกินหนา (ไอ้ห่าไม่เห็นจาอร่อยเลย แล้วเสือกต้องมาแบ่งครึ่งกะมึงอีก) แล้วผมกับมันก็เดิน ซื้อของอีกนิดหน่อย จากนั้นก็กลับ

    เบ้ยกูตังค์หมด กูว่าจะไปขายตัว  หน้าตาดี ๆ อย่างกูคงขายได้คืนละไม่ต่ำกว่าแสน  เมริซ์ก ธรรมดาหมามันย่อมยกหางตัวเอง    เบ้ย  ถ้ากูตายแล้วเกิดใหม่กูจะหล่อเหมือนเดิมป่าววะ เมริซ์ก คนเรามันตายสองหนไม่ได้หรอก มึงจะตายอีกหนได้ไง  ไปผุดไปเกิดซักทีสิเมริซ์ก มึงอ่ะ เลิกมาหลอกกูซักที   เบ้ยกูขายมึง พันนึงเอาป่าว เมริซ์ก อย่างมึงอ่ะนะ ครั้งละ 50 ตังค์ไม่ก็ ฮอลล์ขาว หรือฮอลล์เหลืองสองเม็ด เลือกเอา  แล้วกูจะซื้อ  ดูมันดิพูดกับผมแต่ละอย่างหวานมั้ยล่ะนั่น  แต่ผมก็ไม่เคยโกรธมันนะ อย่างมากก็ ไม่หลังมัน ก็หน้าขาที่จะมีรอยมือผมก็เท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ตามมานั่นคือเสียงหัวเราะของเราสองคน

    เงินในแต่ละเดือนที่มันได้มาส่วนนึงหมดไปกับที่บ้าน ค่านู้น ค่านี่  อีกครึ่งที่เหลือแทบจะหมดไปกับสิวบนใบหน้าอันสวยงามของมัน  ผมห่วงมันก็เรื่องมันจะอดตายเนี่ยแหละ  เงินแทบจะไม่เหลือทุกครั้งที่ผมมีเงินผมก็จะเอาให้มันใช้ แต่มันก็ไม่ค่อยเอาหรอก ถึงเอาไปมันก็จะรีบหามาคืน  ผมอยากจะมีเงินเยอะ ๆ จังจะได้ช่วยมันได้มากกว่านี้  ก่อนที่ผมจะไม่มีมัน  หรือไม่ก็มันจะไม่มีผม (งั้นกูเสียสละไปขายตัวนะ) มันเคยบอกผมว่ามันจะไปหาเสี่ยเลี้ยงแล้วเอาเงินให้ผมใช้วันละ 20 ดูมัน เสียสละฉิบหาย

    คนที่ผมเคยคบเราไม่เคยดูหนังด้วยกัน  ผมไม่เคยตามใจอีกฝ่ายแต่อย่างใด แต่สำหรับไอ้เบ้ย ผมพยายามที่จะพามันไปที่ที่มันอยากไป  พามันกินในสิ่งที่มันอยากกิน ดูหนังกับมันให้มากที่สุด และแน่นอนว่ามันก็ต้องตามใจผมถ้าผมอยากกิน อยากเที่ยว อยากดู  ผมอยากตามใจมันก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจากกันไปไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม  ผมกับมันไม่เคยบอกรักกัน  ผมกับมันไม่เคยบอกชอบกัน  แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะบอกแม้แต่อย่างใด   เพราะผมไม่รู้ว่า เราคบกับแบบไหน

    ขึ้น ๆ ลง ๆ ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา A B A B Select Start

    31 October

    ภูมิศาสตร์วิพากษ์

    ทำไมพวกรักร่วมเพศ ( เกย์ ) ถึงมีปริมาณเพิ่มขึ้น

     สมมติฐาน           ไม่พิจารณาความเป็นประเทศด้อยพัฒนา หรือ ประเทศพัฒนาแล้ว

                             อาศัยกราฟจำนวนประชากรโลกและวงจรระบบนิเวศในการพิจารณา

                             ไม่พิจารณาถึงการกระจายตัวของประชากร/เชื้อชาติ/เผ่าพันธุ์

     ความคิดเห็น        อาจจะเป็นไปตามกระบวนการรักษาสมดุลของโลกตามแนวทางธรรมชาติ  เนื่องจากโลกหรือธรรมชาติไม่สามารถแบกรับภาระประชากรที่เพิ่มขึ้น ของเสีย และการเพิ่มทรัพยากรที่จำเป็นที่ร่อยหรอการพฤติกรรมของมนุษย์ให้เพียงพอกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น อ๊อกซิเจน แร่ธาตุ

    Photobucket - Video and Image Hosting

      แผนภาพแสดงจำนวนการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก

     พื้นที่ ป่าไม้ อาหาร ฯลฯ เราจะเห็นได้ว่าธรรมชาติมีการรักษาสมดุลในทุกกระบวนการต่าง ๆบนโลกได้อย่างแนบเนียน วัฎจักรของดิน น้ำ อากาศ อาหาร และก๊าซต่าง ๆที่เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ตามแบบวงจรในระบบนิเวศ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ธรรมชาติจึงต้องเร่งการรักษาสมดุลอย่างเข้มข้นขึ้นอีก โดยการทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆไฟป่า น้ำท่วม ดินถล่ม โรคร้ายต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อคร่าชีวิตมนุษย์ แต่ด้วยความซับซ้อนของระบบร่างกายมนุษย์ทำให้สามารถเกิดความคิด และกระบวนการต่อต้านการทำลายล้างของธรรมชาติ   ในที่สุดธรรมชาติก็คงลงเอยด้วยการกำหนดให้มนุษย์บางส่วนมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ และเป็นที่แน่นอนว่าบุคคลกลุ่มจะมีความสนใจในการขายเผ่าพันธุ์น้อยกว่าสิ่งมีชิวิตชนิดอื่น ๆ  และส่งผลให้การเพิ่มประชากรเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงกว่าเดิม อัตราการตายก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยอาจจะมีสิ่งเร้าเดิม ๆ ( โรค ภัยธรรมชาติ ดังที่กล่าวมา ) ให้อัตราการตายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  แล้วสักวันในอนาคตผมว่าจำนวนประชากรคงจะลดลง แล้วโลกจะกลับสู่สภาวะสมดุล อาจจะสัก 10 ปี 50 ปี หรือ 100 ปีก็ได้

                  ดังนั้นภาพฉายประชากร (Population Projection) ที่ได้ทำกันไว้อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หากมีปัจจัยพฤติกรรมทางเพศมาเกี่ยวข้อง นอกเหนือไปจากการคำนวนตัวเลขเพศชาย เพศหญิง วัยเจริญพันธุ์และอัตราการเจริญพันธุ์

                  ถ้าถามในส่วนของ Xq28 ผมเองคงไม่มีความคิดเห็นเพราะไม่ใช่นักชีววิทยา ถ้าถามถึงสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูผมคิดว่าไม่น่าจะใช่และไม่น่าเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด หรืออาจเป็นเพราะว่าผมให้ความสำคัญกับอำนาจและการจัดการของธรรมชาติบนผืนโลกก็ได้

                  หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ กลุ่มรักร่วมเพศปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีโครงร่างหน้าตาที่เรียกได้ว่าดี เป็นเสียส่วนใหญ่ ถ้าพิจารณาดี ๆแล้ว จะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีหน้าตาที่คล้ายผู้หญิง หรือที่เรียกกันว่า หน้าหวาน  หากลองเอาผู้ชายประเภทนี้มาแต่งกายให้เหมือนผู้หยิง ในบางคนั้นอาจจะสวยกว่าผู้หญิงจริง ๆเสียอีก   ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีโครโมโซมบางตัว บางชนิดของเพศหญิงที่ไปทำงานในเพศชายมากเกินไป  จึงทำให้หน้าตา คล้ายผู้หญิง และส่งผลให้มีพฤติกรรมบางอย่างหรือหลาย ๆอย่างคล้ายผู้หญิงไปด้วย เช่น รักสวยรักงาม อ้อนแอ้น จนไปถึงพฤติกรรมชอบเพศชายด้วยกัน

     ความคิดเห็นของนักภูมิศาสตร์รั่ว ๆคนนึง

    20 October

    ใช่สิ ฉันมันเปรี๊ยว

               “อีเหี้ย มึงเปรี๊ยวนักเรอะ ควยเอ้ย!!  แค่นี้ก็ไม่ได้เรื่องนั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนที่ลืมตามาแล้วพบว่าร่างกายของฉันอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า ปราศจากอาภรณ์ใด ๆคลุมเรือนร่างทั้งสิ้น ฉันพยายามที่เรียบเรียงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้  ผั๊วะ  เท้าของชายผู้เป็นเจ้าของฉัน กระแทกลงบนร่างกายฉันอย่างมิปราณี ฉันพยายามที่จะลืมตา ในสภาพที่ระบมไปทั้งตัว  แล้วก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ข้างถนน ริมกองขยะโสโครกและเน่าเหม็น ชายร่างงามกำลังเดินละจากฉันไป ราวกับว่าฉันเป็นสิ่งไร้ชีวิต ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เค้าไม่เหลียวมามองฉันเลยแม้แต่น้อย  ไม่ แม้แต่หางตา

                 ก่อนหน้านี้ฉันยังอยู่ในชุดราตรีสีแดงก่ำ ประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับตามแบบฉบับของฉัน  นั่งอยู่ในห้องที่ถูกกั้นด้วยวัตถุบางใสพร้อมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันอีกมากมาย  เฝ้ารอคนแล้วคนเล่าที่เดินผ่านไปมา เลือกชี้ชะตาของฉัน  และในที่สุดเวลางานของฉันก็มาถึง ชายรูปร่างสง่างาม ขาว ผิวใส  สูงโปร่ง จัดได้ว่าหน้าตาระดับนายแบบเลยทีเดียว อายุราว 23 ไม่เกินมากไปกว่านี้  เค้าเลือกฉันให้ไปปรนเปรอความต้องการของเค้า  สนองตัณหาที่พุ่งหล่านอยู่ในสมองของเค้า  ฉันสัมผัสได้ถึงความกระหายของเขา เขาพาฉันนั่งรถเบนซ์สีดำคันหรู พาไปจอดสนิทที่หน้าโรงแรมสูงตะหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา   เมื่อลงจากรถเค้าก็กระวีกระวาดที่จะเปลื้องอาภรณ์ของฉันออก  สองมือ  สองสายตา  หนึ่งปากของเค้า รุมทึ้งอาภรณ์สีแดงของฉัน อย่างไม่ปราณี ทั้งหมดขาดกระจุยไม่มีชิ้นดี  แล้วเค้าก็ค่อย ๆใช้ปากอันอุ่นและหิวกระหายของเค้า ร่วมกับลิ้นที่ตวัดไปมา กับเรือนร่างเปล่าเปลือยของฉัน และแล้ว……….

                 อีเหี้ย มึงเปรี๊ยวนักเรอะ ควยเอ้ย!!   แค่นี้ก็ไม่ได้เรื่อง

                  นี่แหละชีวิตของคนขายเรือนร่าง

                  นี่แหละชีวิตของคนที่พลีกายเพื่อสนองตัณหาความกระหายผู้อื่น

                  นี่แหละชีวิตสาธารณะ

                  ฉันผิดด้วยหรือที่เกิดมาไม่มีโอกาสดี ๆ เหมือนชีวิตอื่น ๆ

                  ฉันผิดด้วยหรือที่เกิดมาเป็น.........

     

       

                 “ระกำเปรี๊ยว

     

                 ใช่สิ ฉันมันเปรี๊ยว

     

     Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

    15 September

    15กันยา 49

    Photobucket - Video and Image Hosting

    # Happy Birth Day 15/09/49 น้องแมนครบรอบ 18 ปี หุหุ โตไว ๆ  มีแฟนกะเค้าซักทีน้า .....สาธุ

    # ขอบคุณแรงบันดาลใจในการเขียนโคลงสี่ฯ จากน้องโด  http://dofanclub.spaces.live.com

    # ขอให้ เคิ่ล บอล บอล กั๊ก ฯลฯ จงสถิตอยู่กับน้องแมนตลอดไป

    # ใครว่ากูแก่ มันผู้นั้นจงมีอันเป็นไปเช่นเดียวกับกูในบัดดล

    # ฉลองวันเกิดด้วยการลาออกจากงาน สะใจตัวเองจริง ๆ

    # เกิดมาชาติหน้าขอให้ได้เป็น Geisha สาธุ

    # อยู่บนโลกนานเกินไปละกู เปลืองทรัพยากรโลก เมื่อไหร่จะตายวะเนี่ย  หายใจทุกวัน เหนื่อยนะเนี่ย

    01 September

    season change

                                 “ตัวๆ มานี่หน่อย เสียงค่อนข้างนุ่มแต่ก็ไม่ถึงกับไพเราะ ขอให้ผมเข้าไปหาเธอ เค้าถามอะไรมั่ง บอกหน่อย แน่นอนว่าประโยคนี้ต้องการคำตอบจากผม  ก็ไม่มีอะไรมากนะ ถามว่ามาจากไหน เลือกเรียนสายนี้เพราะอะไร  ทำไมถึงใส่รองเท้าแต๊ะมาสอบ ไม่กลัวเหรอ นี่คือประโยคสนทนาบทแรกสำหรับผมและเธอ  นักเรียนหญิงกระโปรงแดงแปลกหน้าแปลกตาที่ทักผมเป็นคนแรก พร้อมด้วยเพื่อน ๆ ของเธออีก 2-3 คนที่ต่างนั่งจดจ่อกับหน้าตาและคำตอบที่หลุดออกจากปากผม   แล้วสิ้นบนสนทนานั้นผมก็กลับที่ที่ผมควรกลับ  ผมลืมไปแล้วล่ะว่าเธอหน้าตายังไง ชื่ออะไร ผมไม่ใส่ใจที่จะถามเธอเสียด้วยซ้ำ ก็แน่ล่ะเพื่อนเธอสวยกว่านี่นา ทำไมผมต้องสนใจเธอด้วยล่ะ 

                                 มันคงเป็นเรื่องวุ่นวายสำหรับนักเรียน ม..ต้นที่ต้องหาที่เรียนต่อ ม.ปลาย และโดยอย่างยิ่งเฉพาะผม ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่เพราะมันคนละจังหวัดนี่น่ะสิ ผมจบม.ต้นจากโรงเรียนอันดับต้น ๆ ของจังหวัดลำปาง แล้วต้องมาหาที่เรียนต่อในเชียงรายเนี่ยน่ะสิ   และนั่นคือสนามสอบเพื่อแย่งที่นั่งสำหรับนักเรียน ม.4 สนามแรกของผม และเธอผู้หญิงแปลกหน้าที่เห็นผมเป็นหนูทดลองมาถามข้อสอบจากผม.......

                                  และแน่นอนว่าผมไม่ได้สอบสนามเดียว เรื่องอะไรหล่ะนั่นมันโรงเรียนเอกชน ค่าเทอมแสนแพง และชื่อเสียงก็ไม่ได้ระดับจังหวัดด้วย   สนามสอบสองของผม โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้ชายปริมาณเหมือนมดน้อยในไร่อ้อย   ข้อสอบทุกข้อถูกผมกาไปด้วยดี และคาดว่าเราก็หนึ่งในตองอู ได้ที่นี่แน่ ๆ หญิงตรึม นั่นไงล่ะความฝันของผม โรงเรียนรัฐ ผู้หญิงเพียบ  มีความสุขแน่ ๆ และสายวิทย์-คณิต ก็เป็นสายที่ผมเลือกเรียน ตามเพื่อน ๆ ที่ผมย้ายมา พวกมันอยู่ลำปางเรียนสายวิทย์  ผมอยู่เชียงรายถึงกระนั้นก็ไม่น้อยหน้าเลือกสายวิทย์เหมือนกัน  ใ นขณะที่ผมกำลังจะเดินกลับไปเอารถเพื่อจะกลับบ้านหลังจากทำข้อสอบเสร็จ  เฮ้ย ตัว ผมหันไปหาเสียงนั้น นั่นผู้หญิงคนเดิมพร้อมรอยยิ้ม  เธอช่างเป็นคู่แข่งที่จะมาแย่งเก้าอี้ของผมซะจริง ๆ  วันนั้นเราทักทายกันแค่นั้น แล้วก็ไปโดยไม่คิดอะไร 

                                 ผลสอบออกมา  และแน่นอนว่าความต้องการของผม สายวิทย์-คณิต ห้องคิงอันดับหนึ่ง โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดพร้อมด้วยสาว ๆ ที่นี่แหละสวรรค์ของผม

                                 17 พฤษภาคม วันโรงเรียนเปิดเทอม  โรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ จังหวัดใหม่ ผมไม่รู้อะไรเลย แต่ทว่านั่นเธอ เธอตามมาเรียนกับผม ไม่สิ ผมต่างหากมาเรียนกับเธอ  ผู้หญิงกระโปรงแดงใจกล้าทักผู้ชาย เธอคนนั้นเพื่อนร่วมชั้นของผม   ดูๆไปเธอก็น่ารักดีนะ และก็แน่นอนล่ะเธอเป็นคนแรกที่เปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง  ตัวชื่อไร เราชื่อปอเน่อะ ( เน่อะ เหมือนกับ นะ ในภาษากลาง ) เธอถามเพื่อต้องการคำตอบจากผม แมน ผมตอบเธอไปตามสิ่งที่เธอต้องการ มาจากไหน  บุญวาทย์ ผมตอบไปอีกครั้ง  และบทสนทนาก็เรื่อย ๆไปตามปกติ ผมชักประทับใจเธอแล้วสิ  ประมาณสองสามวันผ่านไป เธอถามผมเกี่ยวกับบ้าน ว่าบ้านแต่ละคนอยู่แถวไหน  พระเจ้าเข้าข้างผมซะแล้ว บ้านเราอยู่ซอยเยื้อง ๆ กันไปนี่เอง  จากปกติที่เราต่างคนต่างไปเรียน  นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ถ้าไม่พบไปรับเธอที่บ้าน เธอก็จะมารับผมที่บ้าน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

                                  เกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ ผมแอบชอบเธอแล้วน่ะสิ แต่เธอไม่รู้หรอก เพราะเธอไม่ได้ชอบผม แต่ว่าการไปไหนมาไหนของเรา ทำให้ใคร ๆ ในโรงเรียนและในระดับชั้น ม.4 เองต่างก็คิดว่าเราเป็นแฟนกัน ทั้งโรงเรียนเลยนะ ผมกับเธอเป็นข่าวไปทั่วทั้งเกือบโรงเรียน เพราะอะไรน่ะเหรอ โรงเรียนสตรีล้วนไง ชายใดไร้คู่นี่ถือว่าหน้าตาแย่และเหียกมาก ๆเลยทีเดียว ผมแอบภูมิใจนิด ๆที่ใคร ๆต่างคิดว่าเราเป็นฟนกัน ระหว่างที่เราเรียนด้วยกัน กิจกรรมในเวลาเรียนและเสาร์-อาทิตย์ ต่างก็เกิดขึ้นมาเสมอ ๆ แน่อนว่าผมชอบเธอมากขึ้นทุกวัน แต่ทว่าเธอไม่ได้สนใจผมเลย ....... และเราก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน   ผมจีบเธอ แต่เธอก็ไม่ชอบผม เธอมักจะโกรธและต่อว่าผม ด่าผม ทำไมน่ะเหรอ ผมพูดไม่เพราะ สบถอยู่เป็นประจำ แต่เธอชอบผู้ชายเรียบร้อยน่ะสิ .....แน่นอนผมทนไม่ได้หรอกที่ต้องตามตื้อเธอต่อไปตลอดเวลา     ผมเจอผู้หญิงคนใหม่ รักใหม่    เด็กผู้หญิงสายวิทย์ข้างห้อง และเราทั้งคู่ก็โด่งดังไปทั่วโรงเรียนอีกครั้งผมกับผู้หญิงคนใหม่ที่ไม่ใช่  ปอ

                                 เราเลิกไปเรียนด้วยกัน  เลิกกลับบ้านด้วยกันเหมือนที่เคยเป็น   เพราะผมมีคนใหม่ที่ต้องดูแล.........ม.5   ผมตัดสินใจย้ายโรงเรียน และสายที่เรียน ไปโรงเรียนอื่น แต่ถึงกระนั้นผมกับปอก็ยังติดต่อกันบ้าง  และเราก็ติดต่อกันมากยิ่งขึ้นในระดับมหาลัย ผมกับปอเรียนด้วยกันที่มหาลัยเชียงใหม่ เธอเรียนธรณี ผมเลือกภูมิศาสตร์ เราอยู่หอเดียวกัน แต่คนละห้องผมเล่าเรื่องราวความรู้สึกตอนผมชอบเธอให้ฟัง  เราทั้งคู่ต่างสรวลเสเฮฮากับชีวิตและความคิดวัยมัธยม

                                  ทุกวันนี้เราต่างมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ ต้องแยกย้ายกัน เราติดต่อกันบ้าง  แต่ถึงกระนั้นผมก็อยากบอกเธอว่า

    ....แมนรักปอนะคร้าบ......ดูแลตัวเอง......เป็นห่วงนะคับ.... 

                                  ผมดีใจที่เราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน  เราไม่ต้องเลิกกันแต่เราจะรักกันตลอดไป  ปอผู้หญิงคนแรกของผม

    เพชรียา  ศรีบุญเรือง/ปิยะบุตร  ธีระประสาทกุล

    Photobucket - Video and Image Hosting

     คุณเคยปรบมือให้กับละครเวที คุณเคยปรบมือให้คอนเสิร์ต คุณเคยมั้ยปรบมือให้กับภาพยนตร์ในโรงหนัง ??

    an inconvenient truth สกาล่ารอบ 02-09-2549 เวลา 18:30 ทุกคนปรบมือให้กับหนังเรื่องนี้หลังจากหนังจบอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน  

    คุณเคยเจอและทำมั้ย??  ปรบมือหลังจากหนังจบ

    an inconvenient truth หนังสร้างความประทับใจที่สุดเท่าที่เคยเจอ

    18 August

    กลับมาอีกครั้ง

                      กระเบื้องปูพื้นผิวเรียบสีไข่อ่อน ๆ ถูกตั้งด้วยโต๊ะไม้สักกลมสีน้ำตาลไหม้อยู่ตรงระเบียงห้อง  อายุอาจจะรุ่นราวคราวปู่ย่าคงพอได้ มันขนาดพอ ๆ กับโต๊ะกาแฟทั่วไป  บนโต๊ะสีน้ำตาลขลับนั้นถูกวางด้วยแก้วไวน์ใสทรงสูงข้างในมีเทียนหอมสีม่วงอ่อนถูกจุดให้ระเหยออกมาซึ่งกลิ่นลาเวนเดอร์   เคียงคู่เก้าอี้กลมเล็กที่ออกแบบมาให้รับกับโต๊ะกลมตัวนั้น  ระเบียงมุมฉากถูกประดับด้วยกระถางสีอิฐเก่าพร้อมด้วยต้นว่านใบเขียวชะอุ่ม   ที่ตรงนี้เป็นที่ ๆผมมักใช้เวลาหลังจากการเรียน หรือว่างจากกิจกรรมของคณะ มานั่งทอดตาสู่นอกระเบียงอันสุดสายตา เห็นหนุ่มสาวนักศึกษาชายหญิง ต่างหัวเราะระริก ระรื่น เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข  รถยนต์ทั้งกะบะ เก๋งและมอร์เตอร์ไซต์ ต่างขนาด ต่างสีสัน ต่างก็มีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไปคันแล้วคันเล่าผ่านเข้า- ออก บริเวณประตูหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัย   ถัดจากหน้าตัวอาคารถนนลาดยางเล็ก ๆ ที่ผ่านศึกหนักจากการรองรับรถบรรทุกหลังจากการก่อสร้างพื้นผิวถูกล้อรถต่างขนาด ต่างน้ำหนัก เหยียบย่ำจนเป็นหลุมขรุขระ เพียงพอที่จะประทังชีวิตของมันรับใช้ให้รถวิ่งผ่านได้ไปวัน ๆ    

                    ตรงข้ามหอพักสีแสดอ่อนสลับกับสีน้ำทะเลอ่อนสูงตระหง่านที่สุดในมหาวิทยาลัยเป็นทุ่งนาสาธิต ส่งกล่นกรุ่นเขียวขจีของต้นข้าวกำลังออกรวงสีเขียวอ่อน ๆที่กำลังโบกพริ้วไหวไปตามสายลมเย็นที่พัดลงมาจากดอยสุเทพยามอัศดง  เหล่านักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ที่มัก จับกลุ่มมาช่วยกันทำงานอย่างขะมักขะเม้น  บ้างก็พรวนดิน  ขุดดิน บ้างก็วิ่งกระเซ้าเย้าแหย่ตามประสาวัยรุ่นชาย หญิง บ้างก็ตัดหญ้าเหล่าวัชพืชตัวฉกาจน์ที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งเกรด A    แววตาทุกคนต่างเปี่ยมไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะระริกระรี้  ยอดพระธาตุดอยสุเทพสีทองอร่ามแห่งจิตวิญาณชาวล้านนา และพระตำหนักพระภูพิงค์ราชนิเวศน์หลังคาสีเขียวมรกต บนดอยสุเทพด้านซ้ายมือเบื้องหน้า กำลังอ้อล้อคลอเคลียกับปุยเมฆสีขาวอันบอบบาง   ภายใต้บรรยากาศเยือกเย็นของเวลาโพล้เพล้ในเหมันต์ฤดูของเมืองเชียงใหม่   สิ่งรอบ ๆตัวกำลังหัวเราะถากถางเยาะเย้ยความเงียบเหงาที่อัดแน่นเต็มหัวใจของ   เทียนสีขาวนับสิบเล่มถูกจุดไว้ในห้องส่องแสงเรืองรองริบหรี่ ๆ ผ่านประตูกระจกบานเลื่อนที่ทำหน้าที่กั้นระหว่างห้องและระเบียง   บวกกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ที่โชยกลิ่นอ่อน ๆที่เล็ดลอดออกมาจากประตูกระจกใสวาวนั้น    

                      " .....ฟ้ากลางคืนไม่เจอตะวัน ฟ้ากลางวันไม่เจอพระจันทร์ เหมือนกับความเป็นจริงของฉันที่ต้องอยู่อย่างทรมาน ฉันและเธอไม่อาจจะเจอ ทั้งที่คอยมองตาทุกวัน เพราะว่าความเป็นจริงของฉันมันเกินเข้าใจ ฉันไม่จริงอย่างที่เธอมอง ฉันไม่เป็นตามเธอเข้าใจ เพราะที่เธอได้เจอได้เห็น ล้วนแต่เป็นมายารู้ไหม ซ่อนตัวเองเพื่ออยู่กับเธอ เคลือบตัวเองให้เธอไว้ใจ เพราะที่ใจที่เธอไม่เห็นมันตรงข้ามกัน  .....สิ่งที่ฉันเก็บอยู่ข้างใน สิ่งที่ฉันแอบอยู่ข้างใน   เกินที่ใคร ใครสักคนยอมเข้าใจและยอมรับความจริง  สิ่งที่ฉันเก็บอยู่ข้างใน สิ่งที่ฉันแอบอยู่ข้างใน  คือหัวใจ คือหัวใจ หัวใจที่อยากมีรักเหมือนคนทั่วไป......"   เสียงเพลงแผ่ว ๆ อ่อนนุ่มจากภายในห้องพร้อมแสงเทียนและกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยนั้นต่างก็คอยตอกย้ำและเตือนตัวผมเองว่า  มันคงเป็นไปไม่ได้หากจะได้ยืนเคียงข้างคนคนนั้น  คนที่ผมแอบชอบและเฝ้ามองมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี   แต่กระนั้นผมก็ยังแอบมีความหวังอยู่ลาง ๆ ทั้ง ๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าความหวังนั้นมันเป็นไปไม่ได้    

                        อาทิตย์ลับตาไปหลังเทือกเขาดอยสุเทพแล้ว  เวลาเคลื่อนผ่านอย่างฉุดรั้งไม่ได้  จากเย็นเป็นค่ำจากค่ำเป็นเวลามืดดึกสงัด  ใช่มันฉุดรั้งไม่ได้ เหมือนที่ผมฉุดรั้งเค้าคนนั้นให้มาเป็นของผมไม่ได้เช่นกัน 24 ชั่วโมง ของคนทั่วไปในเวลานี้มันคงรวดเร็วปานใจจะคาดคิดเกินกว่าจะทำอะไรทัน   แต่สำหรับผมความเศร้าและความเหงาหงอย มันเหนี่ยวรั้งเวลา 24 ชั่วโมงให้ยาวนานเป็นแรมปี เมื่อไหร่นะ ความคิดจะหยุดฟุ้งซ่านเสียที    เมื่อไหร่เค้าคนนั้นจะไป ๆให้พ้นจากใจเสียที   ตลอดเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา  ผมได้แต่เฝ้ามองและแอบชอบอยู่ตลอดเวลา    นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอ ครั้งแรกที่ผมพบเค้าคือ งาน Sport day ประจำปี 2546 มันเป็นงานกีฬาระหว่างคณะภายในของมหาวิทยาลัย   ตอนนั้น ผมเป็นนักศึกษาปี 2 และยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงของคณะคนหนึ่ง   ส่วนเค้าเป็นน้องใหม่ที่ทำหน้าที่ตามปกติของรุ่นน้องที่ดีทั่ว ๆ ในฝ่ายกองเชียร์  เราอยู่คนละคณะกัน  วันงานจริง 25 พฤศจิกายน 2545 ผมจำได้ดี เด็กใหม่เฟรชชี่ปีหนึ่งนั่งร้องเพลงเชียร์พร้อมปรบมือไปตามจังหวะเสียงเพลงที่มีรุ่นพี่ในคณะของเค้านำ  เค้านั่งติดชิดกับน้อง ๆ กองเชียร์ในคณะผมที่พวกผมและเพื่อน ๆ ต้องคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย เพราะการนั่งติดกันนี่เองเป็นเหตุให้ผมพบเค้าและสบสายตาด้วยความบังเอิญ

                           วันทั้งวันผ่านไป พร้อมกับกิจกรรมที่สำเร็จลุล่วงลงไปด้วยดี  ผมลืมไปหมดทุกอย่างด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจกรรมมาตลอดวัน  ผมลืมเค้าไปหมดสิ้นเฟรชชี่ในดวงใจผม ผมลืมหน้าเค้าไปแล้ว  ทุกวันกลับมาเหมือนปกติที่เคยเป็น  และวันหนึ่งไม่ใช่เพียงแต่วันนั้นหนะสิ  มันกลับกลายเป็นแทบจะทุกวันและบ่อยครั้งขึ้น ผมเจอเค้าโดยบังเอิญอยู่ร่ำไป ตามท้องถนนในมหาวิทยาลัย หอพักนักศึกษา  หอสมุดประจำมหาวิทยาลัยในวันสุดสัปดาห์  หรือแม้แต่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยที่เป็นตลาดเล็ก ๆ เรียงตัวตามแนวยาวไปเรื่อย ๆ ตามกำแพงมหาวิทยาลัยมีการขายสินค้าต่าง ๆนานา  ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ฯลฯ  เป็นที่รู้กันดีว่ามันคือบริเวณประตูคณะศึกษาศาสตร์ ที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า หลังมอ  และหลังมอนี่เองที่เป็นครั้งแรกที่ผมไม่ได้เจอเค้าอยู่เพียงลำพังเค้ามีคนติดตามมาด้วยอีกคนหนึ่ง  เด็กคนนั้นผมรู้จักถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้จักดีเลยก็ตามบุคคลที่สามที่ผมเห็นนี้ก็เป็นเฟรชชี่เช่นกัน แต่คนละคณะกันกับผมและเค้าคนนั้น  ผมได้แต่หวังว่าเค้าคงจะเป็นเพียงเพื่อนนักศึกษาที่พักอยู่หอพักเดียวกันเท่านั้น  นั่นคือความคิดของผม   และนับจากวันนั้นมาผมได้แต่เฝ้าคิดถึงใบหน้าอันใสเรียวและตาชั้นเดียวเองเค้า  และไม่เคยรู้เลยว่าเค้าคือใคร ชื่ออะไร  เรียนคณะไหน เพราะผมลืมเด็กเฟรชชี่คณะข้าง ๆไปด้วยแล้วเช่นกัน และไม่เคยเอะใจคิดว่าเด็กเฟรชชี่กับเค้าจะคือคน ๆ เดียวกัน ........................เฮ้อ พอแล้วดีกว่า เนื่องจากไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ในรายละเอียด เพราะไม่อยากให้ใครบางคนได้รับรู้ถึงความในใจตลอดกว่า 2 ปีของผม

     

    Photobucket - Video and Image Hosting